overrunnings
ทำงานหนักเสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

ทำงานหนักเสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

ทำงานหนักเสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

ทำงานหนักเสี่ยงโรคอะไรบ้าง? ไม่ว่าจะยุคไหนๆ คนไทยถือได้ว่าเป็นคนที่ขยันทำงานหนักๆเเบบไม่ย่อท้อ เพราะถ้าไม่ทำกินก็คงจะไม่กิน ก็เพราะเหตุนี้จึงทำให้คนเรานั้นทำงานดึกๆดื่นๆ จนละเลยการดูเเลสุขภาพของตนเอง เเละใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบตลอดเวลา สาเหตุที่ทำให้สุขภาพนั้นไม่ดี เกิดได้หลายสาเหตุ หลายปัจจัย การทำงานไม่พักผ่อนมันน่ากลัวมากเเค่ไหน เรามาดูกันว่ามันทำรายสุขภาพมากเเค่ไหน

1. ออฟฟิศซินโดรม

ทำงานหนักเสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

โรคสุดฮิตของพนักงานออฟฟิศ เกิดจากพฤติกรรมของคนทำงานส่วนใหญ่ ที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เป็นเวลานาน โดยไม่ได้ขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึง และเกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบได้ ทำให้ปวดหลัง ปวดคอ ได้อย่างง่ายๆ

2. โรคตึกเป็นพิษ

ทำงานหนักเสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

โรคที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมภายในออฟฟิศที่ไม่ดี อากาศไม่ถ่ายเท หรือถ่ายเทไม่สะดวก ทำให้สารพิษที่อยู่ในตัวอาคารไม่สามารถระบายออกไปได้ อาการของโรคตึกเป็นพิษ ได้แก่ อ่อนล้า ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ คัดจมูก ไอ จาม เกิดผดผื่นคัน ระคายเคืองดวงตา และเกิดความผิดปกติของประสาทรับกลิ่น หากละเลยเอาไว้นาน ๆ อาการก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

3. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ทำงานหนักเสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

หลายครั้งที่คุณเกิดปวดปัสสาวะ แต่ก็ไม่ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำสักที เนื่องจากกำลังทำงานติดพันอยู่ รวมถึงการดื่มน้ำน้อย หรือเลือกดื่มกาแฟแทนน้ำเปล่า พฤติกรรมเหล่านี้หากทำจนติดเป็นนิสัย ก็สามารถทำให้เกิดโรคร้ายได้

4. โรคเครียดลงกระเพาะ

โรคเครียดลงกระเพาะ

โรคเครียดลงกระเพาะ มักเกิดจากความเครียด เพราะเมื่อเราเครียด ระบบประสาทอัตโนมัติ ก็จะกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าปกติ จนทำให้เกิดการระคายเคือง และส่งผลให้คุณเป็น โรคกระเพาะอาหาร ในที่สุด

5. กรดไหลย้อน

กรดไหลย้อน

อีกหนึ่งโรคสุดฮิตของคนวัยทำงาน ที่เกิดจากการทำงานหนัก ทานอาหารไม่เป็นเวลา ทานอาหารอย่างเร่งรีบ รวมไปถึงการชอบทานเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของมัน ของทอด หรือน้ำอัดลม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้

6. โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน

หลายคนชอบทานของหวานเมื่อรู้สึกเครียดหรือเหนื่อย เพราะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นขึ้น แต่การทานของหวานบ่อยเกินไป จนระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงจนเกินพอดีแล้ว หัวใจของคุณก็จะทำงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ที่มาควบคุมน้ำตาล ความน่ากลัวของโรคนี้ อยู่ที่อาการของโรคจะลามไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น เบาหวานขึ้นตา และเมื่อร่างกายเกิดบาดแผล ก็ทำให้หยุดเลือดได้จาก และแผลหายช้า

7. โรคหัวใจ

โรคหัวใจ เป็นผลพลอยได้อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากภาวะความดันโลหิตสูง เมื่อคุณต้อง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ทานแต่อาหารที่มีไขมันสูง ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่ต้องเผชิญกับความเครียดอยู่เสมอ จะส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หัวใจของคุณต้องทำงานอย่างหนักตลอดเวลา และอาจเป็นโรคหัวใจได้ในที่สุด

8. โรคความดันโลหิตสูง

สาเหตุของ โรคความดันโลหิตสูง ในกลุ่มคนทำงานมักเกิดจากความเครียด เนื่องจากพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ ต้องเผชิญกับความกดดันบ่อยครั้ง ความน่ากลัวของภาวะความดันโลหิตสูงก็คือ จะไม่มีอาการแสดงอะไรเลยในระยะแรก แต่จะทำลายอวัยวะภายในของคุณอย่างช้า ๆ จนทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต และไตวาย ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่สร้างความเจ็บปวดในระยะยาว และสามารถถึงแก่ชีวิตได้ทั้งสิ้น

9. สายตาเสียง่ายๆ

การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป เพ่งสายตาจนลืมกระพริบตา สามารถทำให้เกิดโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมได้ ซึ่งโรคนี้จะทำให้ดวงตามีปัญหาเรื่องการมองเห็น โดยเริ่มจาก ตาแห้ง ปวดหัว คอ และไหล่ และอาจทำให้เห็นภาพเบลอ หากทิ้งไว้นาน ๆ จะทำให้ดวงตาเสื่อมสภาพเร็วกว่าวัยอันควร

10. โรคอ้วน

การนั่งทำงานนาน ๆ ติดต่อกันวันละหลาย ๆ ชั่วโมง ทำให้ร่างกายเผาผลาญอาหารได้น้อยลง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณอ้วนขึ้นได้อย่างง่าย ๆ รวมถึงมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด

11. ปวดไมเกรน

หรืออาการปวดหัวข้างเดียว แม้ว่าสาเหตุของ ไมเกรน จะไม่ชัดเจนนัก แต่ตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการไมเกรน กลับมีอยู่รอบตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ความวิตกกังวล ความตื่นเต้น ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีที่มีมาจากการโหม ทำงานหนัก ทั้งสิ้น

12. เป็นหวัด คัดจมูก

แม้ว่าการเป็นหวัด เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก หายใจไม่ออก จะอาการป่วยทั่วไปที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไรนัก แต่ก็เป็นกันได้ง่ายและบ่อย จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณได้ โดยเฉพาะเมื่อโหมทำงานหนัก และพักผ่อนไม่เพียงพอ จนทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า และภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงได้

วิธีการป้องกันโรคร้าย

 เป็นหวัด คัดจมูก

หมั่นตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

รถยนต์ยังต้องตรวจสภาพ ร่างกายคนเราก็เช่นกัน การตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งจะเป็นเครื่องบ่งบอกว่า สภาพร่างกายของเรายังปกติสุขอยู่หรือไม่ ผลเลือดในแต่ละค่าจึงเหมือนสัญญาณเตือนภัยให้เรารู้ล่วงหน้าว่า อวัยวะชิ้นส่วนไหนของร่างกายเริ่มรับไมไหวแล้ว ถ้าหากเกินมาตรฐานมากๆ

ฝึกการปล่อยวาง ลดความเครียด

ความเครียดสะสม อาจไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย โดยเฉพาะโรคมะเร็ง แต่เมื่อเกิดความเครียด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเริ่มอ่อนแอลง จากการศึกษาพบว่า ฮอร์โมนที่เกิดจากความเครียดอะดรีนาลิน เป็นสาเหตุทำให้มะเร็งเกิดการเติบโตและแพร่กระจายมากขึ้น

ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หวานมาก เค็มจัด ขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งน้ำหวานรสชาเขียว จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคความดันและโรคเบาหวาน

พักผ่อนให้เพียงพอ

โดยทั่วไปคนเราต้องการนอนหลับอย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมงจึงจะรู้สึกสดชื่น ถ้าร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการซ่อมแซมและพักฟื้นในแต่ละวัน จึงเป็นสาเหตุให้ร่างกายทรุดโทรมเร็ว

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

เลือกวิธีการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตัวเรา ใครมีปัญหาเรื่องเข่า ก็เลือกที่จะเดินเร็วแทนการวิ่ง ใครรู้สึกเหนื่อยง่าย ก็ไม่จำเป็นต้องหักโหม ค่อยๆปรับทีละเล็กทีละน้อย จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจแบบค่อยเป็นค่อยไป ไขมันที่สะสมถูกเผาผลาญนำมาใช้งาน อาการปวดเกร็งตามกล้ามเนื้อจากการทำงาน สามารถได้คลายตัวจากการยืดของกล้ามเนื้อ

ติดตามเรื่องดีๆเพิ่มเติมได้ที่ : royalefallflat

บทความน่าสนใจ : overrunnings